ชื่อผู้ใช้งาน: รหัสผ่าน: สมัครสมาชิก/ลืมรหัสผ่าน

ความรู้ทั่วไป

 

คลอโรฟีลล์มีประโยชน์จริงหรือ?




คลอโรฟีลล์เป็นสารสีเขียวที่พบได้ในพืชผักทั่วไปและในสาหร่ายสีเขียว (chlorella)  สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือประเภทที่ละลายในน้ำ และประเภทที่ละลายในไขมัน โดยสารคลอโรฟีลล์ในธรรมชาติจะอยู่ในรูปของคลอโรฟีลล์ที่ละลายในน้ำมัน ส่วนคลอโรฟีลล์ที่นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะเป็นสารสังเคราะห์ที่มีชื่อว่า โซเดียมคอปเปอร์คลอโรฟีลลิน (Sodium copper chlorophyllin) เพื่อให้สามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น โดยจาการศึกษาพบว่าคลอโรฟีลล์มีฤทธิ์ยับยั้งเนื้องอกที่เต้านม ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งตับ ช่วยเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยลดกลิ่นตัว กลิ่นของอุจจาระ และกลิ่นของปัสสาวะ ช่วยให้รอยแผลบริเวณผิวหนังซึ่งเกิดจากการฉายแสงเพื่อรักษามะเร็งหายเร็วขึ้น และช่วยขับสารพิษ อย่างไรก็ตาม การได้รับคลอโรฟีลล์มากเกินไปอาจเกิดการสะสมและมีผลเสียต่อตับและไตได้

ยาฆ่าเชื้อกินไม่ครบ ทำไมจึงดื้อยา?


ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) หรือยาฆ่าเชื้อ มีหลายชนิด หลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะสามารถรักษาอาการติดเชื้อในแต่ละบริเวณของร่างกายได้แตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือควรรับประทานติดต่อกันให้ครบตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ และต้องรับประทานตามคำแนะนำของยาแต่ละชนิดที่ได้มา หากแต่ไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือเมื่ออาการดีขึ้นแล้วไม่ทานต่อทนครบกำหนด จะทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ คือการติดเชื้อที่ยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาได้ตามประสิทธิภาพ เช่น หากมีการดื้อยาเกิดขึ้นอาจทำให้การรักษาตามชนิด หรือขนาดยามาตรฐานไม่สัมฤทธิ์ผลได้ ทั้งนี้เชื้อดื้อยาเกิดจากการกินยาฆ่าเชื้อไม่ครบตามระยะเวลาการรักษา ทำให้มีเชื้อบางส่วนที่ยังคงเหลือในร่างกาย ซึ่งเชื้อเหล่านี้จะปรับโครงสร้างยีนให้ดื้อยาฆ่าเชื้อต่อไป ดังนั้นการกินยาฆ่าเชื้อให้ครบตามระยะเวลาจึงมีความสำคัญจึงเป็นวิธีการป้องกันเชื้อดื้อยาได้ดีที่สุด

ไวรัสอีโบลา คือ?

 

 
เชื้อไวรัสอีโบลาจัดอยู่ในตระกูล Filoviridae เชื้อไวรัสในตระกูลนี้มีรูปร่างหลายแบบ อาจมองเห็นเป็นแท่งยาว  หรือบางครั้งเป็นแท่งสั้นๆ มีรูปร่างคล้ายเลข 6 หรือตัวอักษณ U ไวรัสนี้สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ได้แก่ เลือด น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ของใช้ของผู้ป่วย หรือสัตว์ที่ป่วย ส่วนการแสดงอาการจะเริ่มมีอาการสองวันถึงสามสัปดาห์หลังสัมผัสไวรัส โดยมีไข้ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ จากนั้นมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและท้องร่วงร่วมกับการทำหน้าที่ของตับและไตลดลงตามมา เมื่อถึงจุดนี้ บางคนเริ่มมีปัญหาเลือดออก